โลกเดือดทำโรคใบไหม้-แอนแทรคโนสปะทุ

Thirasak Chuchoet • April 29, 2024
หรือภาวะโลกเดือด.. ทำให้โรคใบไหม้แอนแทรคโนสปะทุ.!!

    โรคใบไหม้แอนแทรคโนสในทุเรียน (Anthracnose leaf blight) มีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา คอลเลทโททริคั่ม​ (Colletotrichum​ spp.) โดยได้เขียนอธิบายไว้ในบทความ “โรคใบไหม้แอนแทรคโนส” แล้วนั้น มีอยู่ย่อหน้าหนึ่งระบุว่า

“โรคใบไหม้แอนแทรคโนสนี้พบได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง แต่จะเห็นอาการชัดเจนและรุนแรงมากในฤดูแล้ง โดยเฉพาะในระยะที่ทุเรียนกำลังออกดอกหรือติดผล”

    ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2567 เป็นต้นมา มีผู้แจ้งข่าวให้ทราบถึงอาการใบไหม้และทิ้งใบอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด) ภาคตะวันตก (ป่าละอู จังหวัดประจวบฯ) รวมถึงภาคใต้ (จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช ตรัง) เมื่อพิจราณาจากภาพถ่ายและจากการสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นอาการใบไหม้ที่เกิดจากโรคแอนแทรคโนส

    สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ภาวะอากาศร้อนจัด แดดแรงและประกอบกับสวนเป็นทุเรียนต้นสาว หรือสวนที่มีการตัดแต่งกิ่งและใบจนโปร่งโล่งมากเกินไป จะพบการปะทุของโรคแอนแทรคโนสอย่างรุนแรง บางต้นใบแก่หลุดร่วงราว 20-30% บางต้นใบแก่หลุดร่วงมากกว่า 80%-90% จนแลดูต้นจะหลงเหลือแต่ใบอ่อนและใบเพสลาด
    โดยทั่วไปแล้ว มักจะเข้าใจกันว่าในช่วงฤดูแล้งและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ การแพร่ระบาดของโรคน่าจะลดลง แต่ในทางตรงกันข้ามโรคแอนแทรคโนสกับทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นั้นอาจเป็นเพราะสภาพอากาศลักษณะนี้ทำให้ใบเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในสวนที่รดน้ำน้อย หรือขาดน้ำ และรวมไปถึงการกักน้ำเพื่อเตรียมทำดอกทุเรียน ส่งผลให้ระดับความเข้มข้นของสาร Phytoalexins ซึ่งเป็นสารยับยั้งเชื้อก่อโรคตามธรรมชาติของพืชลดลง เปิดโอกาสให้เชื้อราคอลเลทโตทริคั่มเข้าทำลายพืชได้ง่ายขึ้น

    สำหรับสวนที่พบการแพร่ระบาดของโรคใบไหม้แอนแทรคโนส ควรเก็บใบที่ร่วงหล่นออกจากแปลงเพื่อลดการสะสมของเชื้อรา เนื่องจากเชื้อราอาจเข้าสู่ผลตั้งแต่ระยะก่อนเก็บเกี่ยวและติดไปกับผลในลักษณะเชื้อแฝง (latent infection) เมื่อผลสุกแก่จะเกิดอาการผลเน่าเมื่อถึงมือผู้จำหน่ายผลผลิตปลายทางหรือผู้บริโภค

    เมื่อพบอาการของโรคใบไหม้แอนแทรคโนส ควรรีบพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช​ โดยพ่นให้ทั่วทั้งทรงพุ่มทั้งด้านนอกและด้านใน ด้วย โบแอ็ก (ชื่อสามัญ: โพรคลอราซ 45%) อัตรา 15-20 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมร่วมกับสารป้องกันกำจัดโรคพืช กลุ่ม M3 เช่น พีเทน80 (ชื่อสามัญ: แมนโคเซบ 80%) หรือ พีโคล70 (ชื่อสามัญ: โพรพิเนบ 70%) อัตรา 40-60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารกำจัดโรคชนิดสัมผัส โดยพ่นต่อเนื่อง ทุก 5-7  วัน จำนวน 2-3 ครั้ง 

    หลังจากโรคใบไหม้หยุดลุกลาม ควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่ออีกระยะ เช่น สารกลุ่ม 11 ได้แก่ แบคซีน (ชื่อสามัญ: อะซอกซี่สโตรบิน 25%) หรือ แพ็คสโตรบิน (ชื่อสามัญ: ไพราโคลสโตรบิน 25%) และผสมร่วมกับสารกลุ่ม M3 ทุกครั้ง เพื่อลดหรือชะลอการดื้อยาของเชื้อรา

ลิงค์บทความ เรื่อง: โรคใบไหม้แอนแทรคโนสในทุเรียน

แหล่งสืบค้น:

    นิพนธ์ วิสารทานนท์. 2542. โรคไม้ผลเขตร้อนและการป้องกันกำจัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 172 หน้า.

    ปราโมช ร่วมสุข, รศ.ดร.สุมิตรา ภู่วโรดม, รศ.ดร.สมศิริ แสงโชติ, รศ.ดร.อิทธิสุนทร นันทกิจ, ดร.ยศพล ผลาผล, สุเทพ สหายา. การสร้างสวนทุเรียนมือใหม่สู่มืออาชีพ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดเฟรม-อัพ ดีไซน์. 2561. หน้า 51-52.

    นิรนาม. 2557. โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว.พิมพ์ครั้งที่ 1. สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร. 129 หน้า.

    พรทิพย์ วงศ์แก้ว. การชัดนำให้พืชสร้างภูมิคุ้มกันโรค. วารสารวิชาการเกษตร ปีที่ 7 เล่มที่ 1-3 มกราคม-ธันวาคม 2532. หน้า 84-91.

    พรศิริ บุญ​พุ่ม, สมศิริ แสงโชติ​ และเนตรนภิส เขียวขำ. ประสิทธิภาพ​ของสารเคมีกำจัดเชื้อราที่ใช้ทั่วไปในสวนทุเรียน และสารเคมีกำจัดเชื้อราอื่นๆ ต่อการเจริญของเชื้อรา Phomosis spp.​ สาเหตุโรคผลเน่าและโรคใบจุดทุเรียน.ว. วิทย. กษ. 50 : 3 (พิเศษ). 2562. หน้า 143-146.

    วีระณีย์ ทองศรี และสมศิริ แสงโชติ. การเข้าทำลายแฝงของเชื้อรา ​​Phomosis sp.​ สาเหตุโรคใบจุดของทุเรียน (Durio zibethinus Murr) พันธุ์หมอนทอง. วารสารเกษตรพระจอมเกล้า 34 : (1) . 2559. หน้า 59 - 67. 

    ยงยุทธ ธำรงนิมิต. 2553. โรคไม้ผล. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพฯ : เกษตรสยามบุ๊คส์. 136 หน้า.

By Thirasak Chuchoet • December 2, 2025
เอกสารดาวน์โหลด "การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างเหมาะสมและปลอดภัย และการป้องกันกำจัดโรค แมลงและไรศัตรูพืชในทุเรียน"
By Thirasak Chuchoet • December 2, 2025
เอกสารดาวน์โหลด "ธาตุอาหารพืชและการลำเลียงภายในต้นพืช"
By Thirasak Chuchoet • December 2, 2025
เอกสารดาวน์โหลด "เทคนิคฟื้นต้น-สร้างดอกทุเรียน ในสภาพอากาศแปรปรวน"
ยาแมลง กลุ่ม 1 ออกฤทธิ์โดยเข้าจับกับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสและมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์
By Thirasak Chuchoet • June 11, 2025
ยาแมลง กลุ่ม 1 กลไกออกฤทธิ์โดยเข้าจับกับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสและมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ทำให้แมลงชักกระตุกและลาโลก
โรคราปื้นดำบนผลมะม่วง เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในแหล่งปลูกมะม่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความ
By Thirasak Chuchoet • June 3, 2025
โรคราปื้นดำบนผลมะม่วง เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในแหล่งปลูกมะม่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง โรคนี้แม้จะไม่ทำให้เนื้อผลมะม่วงเน่าเสียโดยตรง แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพภายนอกของผล
คาร์เทปไฮโดรคลอไรด์ กลไกออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต
By Thirasak Chuchoet • May 28, 2025
สารกำจัดแมลงกลุ่ม 14 มีจำหน่ายเพียงสารเดียว คือ คาร์เทปไฮโดรคลอไรด์ กลไกออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง คุมควบกล้ามเนื้อไม่ได้ นำไปสู่ภาวะเป็นอัมพาตอ่อนแรง (Flaccid Paralysis) และลาโลกไป
เรื่องราวเกี่ยวกับคำศัพท์และความหมายของกลไกการออกฤทธิ์ของสารกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
By Thirasak Chuchoet • May 27, 2025
เรื่องราวเกี่ยวกับคำศัพท์และความหมายของกลไกการออกฤทธิ์ของสารกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นในการศึกษาเรื่องกลไกออกฤทธิ์
กลไกออกฤทธิ์ (Mode of Action) ของยากลุ่ม 19 ทำให้ไรเกิดอาการตื่นตัว ใจเต้นแรง สั่นและความดันขึ้นสูง
By Thirasak Chuchoet • April 29, 2025
ยากลุ่ม 19: อะมิทราซ ทางเลือกสลับกลุ่มยาไร.!!
    ATP: Adenosine Triphosphate เป็นสารชีวเคมีที่กักเก็บและปลดปล่อยให้พลังงานสูงที่สำคัญต่อพืช
By Thirasak Chuchoet • April 25, 2025
ATP หรือ “เอทีพี” ย่อมาจาก อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (Adenosine Triphosphate) เป็นสารชีวเคมีที่กักเก็บและปลดปล่อยให้พลังงานสูงที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของพืชทุกชนิด
แจกสูตร ผสมปุ๋ยเกล็ดพ่นทางใบโดยใช้แม่ปุ๋ยดวงตะวันเพชร สูตรสะสมอาหารก่อนเปิดตาดอกและสูตรเบรกใบอ่อน
By Thirasak Chuchoet • April 23, 2025
แจกสูตร.!! ผสมปุ๋ยเกล็ดพ่นทางใบโดยใช้แม่ปุ๋ยดวงตะวันเพชร สูตรสะสมอาหารก่อนเปิดตาดอก และสูตรเบรกใบอ่อน-บล็อกใบอ่อน